บทความ, ประชาสัมพันธ์

วันหมออนามัยแห่งชาติ

บทความโดย

772
แชร์บทความนี้

วันหมออนามัย: 14 กันยายน สดุดีวีรชนสาธารณสุขชุมชน ผู้ปิดทองหลังพระ

 

14 กันยายน ของทุกปี ถือเป็นวาระสำคัญของวงการสาธารณสุขไทย เนื่องจากเป็น “วันหมออนามัย” วันที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงคุณงามความดีของ “หมออนามัย” หรือบุคลากรสาธารณสุขชุมชนทั่วประเทศ ผู้เป็นกำลังหลักในการดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับปฐมภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบทห่างไกล

วันหมออนามัยมิได้เป็นเพียงวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมได้ตระหนักถึงบทบาท ความเสียสละ และความสำคัญของนักรบเสื้อกาวน์สีฟ้าเหล่านี้ ผู้เปรียบเสมือน “เสาหลัก” ของระบบสาธารณสุขไทยที่คอยดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านมาอย่างยาวนานกว่าศตวรรษ

จาก “โอสถสภา” สู่ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”: วิวัฒนาการหมออนามัยคู่สังคมไทย

ประวัติศาสตร์ของหมออนามัยหยั่งรากลึกยาวนานไปพร้อมกับการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทย จุดเริ่มต้นสามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการจัดตั้ง “โอสถสภา” ขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อทำหน้าที่แจกจ่ายยาและรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ราษฎร

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีการพัฒนา “โอสถสภา” ขึ้นเป็น “สุขศาลา” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนมากขึ้นในการให้บริการทั้งด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค และการสุขาภิบาล บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสุขศาลานี่เองที่อาจนับได้ว่าเป็นต้นธารของ “หมออนามัย” ในปัจจุบัน

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 “สุขศาลา” ได้รับการยกฐานะและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีอนามัย” ซึ่งได้กลายเป็นหน่วยบริการสาธารณสุขระดับตำบลที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดี หมออนามัยในยุคนี้มีบทบาทครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต

ในปัจจุบัน สถานีอนามัยส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาและยกฐานะขึ้นเป็น “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)” เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการให้กว้างขวางและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถึงแม้ชื่อจะเปลี่ยนไป บทบาทและจิตวิญญาณของ “หมออนามัย” ที่คอยดูแลเอาใจใส่ประชาชนอย่างใกล้ชิดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“หมออนามัย” นักรบด่านหน้าแห่งระบบสาธารณสุข

หมออนามัย หรือที่ในปัจจุบันมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการหลากหลาย เช่น นักวิชาการสาธารณสุข, เจ้าพนักงานสาธารณสุข, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด พวกเขาไม่เพียงแต่นั่งรอผู้ป่วยที่สถานีอนามัย แต่ยังต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน เฝ้าระวังการระบาดของโรค และประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี

ในยามที่ประเทศเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก อหิวาตกโรค หรือล่าสุดอย่างการระบาดของโรคโควิด-19 หมออนามัยคือกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักในการสอบสวนโรค ควบคุมการระบาด และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ประชาชนในพื้นที่

ความสำคัญของ “วันหมออนามัย”

การกำหนดให้วันที่ 14 กันยายนของทุกปีเป็น “วันหมออนามัย” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายมิติ:

  • เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ: เป็นการยกย่องและให้เกียรติแก่หมออนามัยทั่วประเทศที่ได้อุทิศตนทำงานเพื่อสุขภาพของประชาชนด้วยความเสียสละ
  • เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ: เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานให้มุ่งมั่นทำความดีและพัฒนาคุณภาพงานบริการต่อไป
  • เพื่อรำลึกถึงคุณูปการ: เป็นโอกาสให้สังคมได้รำลึกถึงบทบาทและความสำคัญของหมออนามัยที่มีต่อระบบสาธารณสุขของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  • เพื่อกระตุ้นการพัฒนา: เป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพและสวัสดิภาพของหมออนามัยให้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าประวัติความเป็นมาของการเลือกวันที่ 14 กันยายนโดยเฉพาะเจาะจงนั้นยังไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดในวงกว้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเจตนารมณ์ของการมีอยู่วันนี้ เพื่อเป็นการยกย่องและรำลึกถึงการทำงานหนักของผู้ที่เปรียบเสมือน “ผู้ปิดทองหลังพระ” แห่งวงการสาธารณสุขไทยอย่างแท้จริง